“ปฏิบัติการสยบนักค้ายาต่างชาติในพื้นที่สมุย ลักลอบค้าโคเคน ตั้งนอมินีธุรกิจเช่ารถบังหน้ามาหลายปี”
วันที่ 18 มิ.ย.67 เวลา 13.00 น. สตม. แถลงข่าวผลการดำเนินการ ณ ห้องประชุม ชั้น 1 โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับ ป.ป.ส.ภ.8 และ สภ.บ่อผุด จับกุม นายแมตติโอ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี สัญชาติอิตาลี โดยกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด จว.สุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม ริมถนนสายเรียบหาดละไม ม.3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี
ก่อนการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ว่ามีชายชาวต่างชาติสัญชาติอิตาลี มีพฤติการณ์นำยาเสพติดประเภทโคเคนมาจำหน่ายให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวสายปาร์ตี้และบาร์ชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายงานในทางลับของ ป.ป.ส. ว่ามีการขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดได้ระบาดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยรูปแบบการจำหน่ายใช้วิธีการจำหน่ายโดยตรงระหว่างชาวต่างชาติด้วยกัน ซึ่งผู้จำหน่ายยาเสพติดมักเป็นคนต่างชาติที่เข้ามาพำนักในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน รู้จักพื้นที่และแหล่งเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชอบไปเที่ยวในยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่ร่วมกันทำการสืบสวนเรื่อยมาเป็นเวลาหลายเดือน จนกระทั่งทราบตัวผู้กระทำความผิดว่าชื่อนายแมตติโอ จึงได้บูรณาการกำลังวางแผนเข้าทำการจับกุมโดยให้สายลับเป็นผู้ติดต่อขอซื้อยาเสพติด (โคเคน) จากนายแมตติโอ จำนวน 25 กรัม ราคากรัมละ 2,500 บาท เป็นเงินจำนวน 62,500 บาท ต่อมาสายลับได้นัดเวลาการส่งมอบยาเสพติดตามที่ได้ติดต่อขอซื้อจากนายแมตติโอ ที่บริเวณบาร์แห่งหนึ่ง ถนนเลียบหาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี เมื่อถึงเวลานัดหมายนายแมตติโอ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาทางด้านหลังบาร์ดังกล่าว และได้เดินเข้าในบริเวณด้านหลังร้าน เมื่อส่งมอบยาเสพติดให้แก่สายลับเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม นายแมตติโอ ไหวตัววิ่งไปขี่มอเตอร์ไซค์หนีออกไป เจ้าหน้าที่จึงได้กระโดดขวางรถมอเตอร์ไซค์และควบคุมตัวไว้ได้ทัน พร้อมขอตรวจค้นตัวนายแมตติโอ พบธนบัตรที่ใช้สำหรับขอซื้ออยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้า และพบยาเสพติด (โคเคน) อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังขวา และยังพบยาเสพติด (โคเคน) ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงในของนายแมตติโอ ขณะจับกุมทั้งหมดรวมน้ำหนัก 31 กรัม จากนั้นได้นำตัวนายแมตติโอไปตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่ 105/23 ม.3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นร้านธุรกิจให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์ชื่อบริษัท วาสนา มอเตอร์ไบค์ จำกัด ของนายแมตติโอ พบรถจักรยานยนต์สำหรับให้เช่าจำนวนมาก จึงได้ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินนำส่ง สำนักงาน ป.ป.ส.ภ.8 เพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ดังนี้
1. รถจักรยานยนต์เช่า จำนวน 70 คัน ซึ่งเป็นรถเช่าที่นายแมตติโอ ดำเนินกิจการในนามบริษัท วาสนา มอเตอร์ไบค์ จำกัด ซึ่งนายแมตติโอ อยู่ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และแสดงหลักฐานประกอบธุรกิจหุ้นส่วนกับบุคคลสัญชาติไทย
2. บัญชีเงินฝากในนามนายแมตติโอ จำนวน 8 บัญชี ประกอบไปด้วย บัญชีของธนาคารกรุงเทพ จำนวน 3 บัญชี, บัญชีกองทุนบัวหลวงตราสารหนี้ 1 บัญชี, ธนาคารกสิกรไทย 2 บัญชี, ธนาคารกรุงไทย 1 บัญชี, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1 บัญชี โดยมียอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 8,000,000 บาท
3. เงินสด 2 รายการ รวม 1,095,000 บาท
จากนั้น ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของนายแมตติโอ ในเชิงลึกจนพบว่าถือครองบริษัทวาสนา มอเตอร์ไบค์ จำกัด โดยมี นายแมตติโอ, น.ส.วาสนา (สงวนนามสกุล) และนางจิรวรรณ (สงวนนามสกุล) เข้าร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 51 ต่อ 49 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานการลงทุน พยานเอกสารและหลักฐานอื่นรวมทั้งสอบถ้อยคำแล้วพบว่าบุคคลสัญชาติไทยทั้ง 2 ราย ไม่ได้นำเงินเข้าร่วมในธุรกิจดังกล่าวและไม่ทราบถึงการดำเนินการในธุรกิจดังกล่าวเลย โดยได้รับการร้องขอจากนายแมตติโอ ให้ช่วยเหลือเอาชื่อมาใส่ในนามผู้ถือหุ้นเพื่อให้ตนเองได้ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรตามเงื่อนไขของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งเงินที่ใช้ในการลงทุนทั้งหมดเป็นของนายแมตติโอ และนายแมตติโอ เป็นผู้รับผลกำไรแต่เพียงผู้เดียว เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.วาสนา ในฐานความผิด เป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และให้ดำเนินคดีกับนายแมตติโอ ในฐานความผิด เป็นบุคคลต่างด้าวยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทย ให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อให้ตนประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ตามมาตรา 36 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
จากพฤติการณ์ดังกล่าวนายแมตติโอ ได้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรแต่งงานกับภรรยาชาวไทย โดยเปิดกิจการเช่ารถมอเตอร์ไซค์บังหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงให้คนทั่วไปเห็นว่าตนเองมีกิจการเป็นที่มั่นคง ปิดบังอำพรางการได้มาซึ่งทรัพย์สินจากการขายยาเสพติด ซึ่งจากการสอบถามนายแมตติโอ ให้ข้อมูลว่าได้ติดต่อขอซื้อยาเสพติดมาจากกลุ่มคนต่างชาติด้วยกันแล้วนำมาแบ่งขายหรือที่ภาษาในหมู่นักขายยาใช้คำว่า “จอยส์” ขายให้กับคนต่างชาติตามสถานที่ท่องเที่ยวในยามค่ำคืน และได้ให้ข้อมูลกลุ่มคนต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปสู่ต้นทางของยาเสพติดที่ระบาดในหมู่นักท่องเที่ยวต่อไป